Tag: พม

  • ปลัด พม. กล่าวถ้อยแถลงในเวที UN ว่าด้วยสถานภาพสตรี ชูผลงานไทย หนุนคุ้มครอง

    ปลัด พม. กล่าวถ้อยแถลงในเวที UN ว่าด้วยสถานภาพสตรี ชูผลงานไทย หนุนคุ้มครอง

    ช่วยแชร์ด้วยนะคะ

    ปลัด พม. กล่าวถ้อยแถลงในเวที UN ว่าด้วยสถานภาพสตรี ชูผลงานไทย หนุนคุ้มครอง พิทักษ์สิทธิสตรีและเด็ก พร้อมสร้างหลักประกันทางสังคม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

    เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก) ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (UN) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย กล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย ในการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยสถานภาพสตรี (Commission on the Status of Women – CSW) สมัยที่ 70 ภายใต้หัวข้อหลัก “การสร้างหลักประกันและเสริมความเข้มแข็งในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมสำหรับสตรีและเด็กหญิงทุกคน รวมถึงการส่งเสริมระบบกฎหมายที่ครอบคลุมและเป็นธรรม การขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และแก้ไขอุปสรรคเชิงโครงสร้าง” (Ensuring and strengthening access to justice for all women and girls, including by promoting inclusive and equitable legal systems, eliminating discriminatory laws, policies, and practices, and addressing structural barriers) โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และคณะผู้แทนไทย เข้าร่วม

    นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิสตรีและเด็ก รวมถึงการสร้างหลักประกันทางสังคมให้สตรีและเด็ก โดยได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งสอดคล้องกับการถือปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงมีความท้าทายและมุ่งมั่นให้สตรีมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม โดยเปิดโอกาสให้สตรีมีบทบาททั้งในงานนิติบัญญัติ การบริหารงานภาครัฐ และงานด้านตุลาการ รวมทั้งการส่งเสริมบทบาทสตรีให้ทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยกรณีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และบทบาทในฐานะคณะกรรมการต่าง ๆ

    นอกจากนี้ รัฐบาลไทยได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และสร้างกลไกการทำงานให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ สิทธิในการใช้คำนำหน้านาม การเลือกใช้ชื่อสกุล การคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว และการขจัดการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ รวมถึงการมีกองทุนยุติธรรมและคลินิกยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ประชาชน

    นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ในห้วงเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้ตรากฎหมายให้การคุ้มครองผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ การให้สิทธิคู่รักทุกเพศจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียม การเพิ่มฐานความผิดทางอาญาในกรณี “คุกคามทางเพศ” ที่รวมไปถึงการกระทำทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และการส่งเสริมความเป็นธรรม สร้างความเสมอภาคทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะสตรี เด็ก ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีคู่ขนานกันไป ด้วยการสร้างเศรษฐกิจที่ใส่ใจครอบครัว (Care Economy) เพื่อฟื้นฟูคุณภาพชีวิต พัฒนาอาชีพ ลดรายจ่าย สร้างรายได้ และแก้ไขปัญหาหนี้สิน ตลอดจนมุ่งเน้นการปราบปรามภัยทางเทคโนโลยีที่ครอบคลุมถึงการคุกคามทางไซเบอร์ การกลั่นแกล้งและภัยสังคมออนไลน์ (Cyberbullying)

    “เราทุกคนในที่นี้ จำเป็นต้องร่วมมือกันสร้างการเปลี่ยนแปลงภายใต้ระบบการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ที่เป็นธรรม โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมกัน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิงทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายกันตพงศ์ กล่าวท้าย

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่ :


    ช่วยแชร์ด้วยนะคะ