Home / News / ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ระดมกวาดล้างบัญชีม้า รวบขบวนการสแกมเมอร์ หลังพบหลอกลวงผู้เสียหายรวมหลายแสนบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ระดมกวาดล้างบัญชีม้า รวบขบวนการสแกมเมอร์ หลังพบหลอกลวงผู้เสียหายรวมหลายแสนบาท

ช่วยแชร์ด้วยนะคะ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ระดมกวาดล้างบัญชีม้า รวบขบวนการสแกมเมอร์
หลังพบหลอกลวงผู้เสียหายรวมหลายแสนบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.ง ​เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กก.4 บก.ปพ.
โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มีการระดมกวาดล้างบัญชีม้า และขบวนการสแกมเมอร์มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีคดีที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

คดีที่ 1 จับกุมนายอภิชาหรือ อมรวิชฯ อายุ 57 ปี ตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้
ที่จ1325/2568 ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตัวเป็นบุคคลอื่นและโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
​สถานที่จับกุม บริเวณหน้าสำนักงานกรมชลประทานที่ 11 ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พฤติการณ์ สืบเนื่องจากช่วงประมาณเดือน ก.ค. 2563 มีชายไม่ทราบชื่อได้เรียกแท็กซี่โดยมีนายอภิชาฯ หรืออมรวิชฯ เป็นคนขับ โดยชายคนดังกล่าวได้ชวนพูดคุยและขอบัญชีนายอภิชาฯ เพื่อโอนเงินเป็นค่าแท็กซี่ให้ พร้อมออกอุบายขอยืมบัญชีนายอภิชาฯ อ้างว่าภรรยาจะโอนเงินมาให้ โดยผ่านบัญชีของนายอภิชาฯ พร้อมให้ค่าจ้าง 500 บาท เมื่อถึงที่หมายได้ขอเบอร์โทรศัพท์นายอภิชาฯ ไว้ อ้างว่าหากตนจะไปไหนจะเรียกใช้บริการ ผูกเป็นลูกค้าประจำ หลังจากนั้นก็ได้มีการเรียกใช้แท็กซี่ของนายอภิชา ฯจำนวนหลายครั้งและได้ขอยืมบัญชีของนายอภิชาฯ ทุกครั้ง โดยแลกกับค่าจ้างครั้งละ 500 บาท ต่อมาได้มีผู้เสียหายที่ถูกสแกมเมอร์หลอกลวงในรูปแบบต่างๆ เข้าแจ้งความกับตำรวจดำเนินคดีกับบัญชีที่รับโอนเงิน ซึ่งคือบัญชีของนายอภิชาฯ ผู้ต้องหารายนี้ กระทั่งถูกออกหมายจับ และเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าวสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

​คดีที่ 2 จับกุมนายมานิตฯ อายุ 22 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 148/2567 ลงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2567 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรอืควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ​สถานที่จับกุม บริเวณชานชาลาสถานีรถไฟเชียงใหม่ ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พฤติการณ์ สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้เล่นเฟซบุ๊ก พบการโฆษณาขายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อเวสป้า จึงได้กดเข้าไปดูและได้ทักแชทไปคุยรายละเอียด คนร้ายแจ้งว่ารถจักรยานยนต์ราคา 21,000 บาท เป็นรถที่หลุดจำนำ มีเอกสารครบเล่มพร้อมโอนใช้งานปกติทั่วไป ไม่มียึดคืน ไม่มีแจ้งหาย มีเล่มเขียว ชุดพร้อมโอน ป้ายทะเบียนมีครบ สามารถต่อ พ.ร.บ.ฯ ได้ปกติ ก่อนจะแจ้งให้จ่ายค่ามัดจำรถเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ผู้กล่าวหาหลงเชื่อจึงได้โอนเงินจำนวน 3,000 บาท

 

ต่อมาผู้กล่าวหาได้แจ้งที่อยู่เพื่อจัดส่งรถจักรยานยนต์ พร้อมเบอร์ติดต่อ และได้ส่งภาพถ่ายบัตรประชาชนไปให้คนร้ายเพื่อทำการโอนเปลี่ยนสิทธิ์ ต่อมาคนร้ายแจ้งว่าต้องมีค่าเปลี่ยนสิทธิครอบครอง จำนวน 5,000 บาท และค่าจัดส่งรถอีกจำนวน 3,000 บาท จึงได้โต้แย้งว่าไม่ได้แจ้งตั้งแต่แรกว่ามีค่าใช้จ่ายดังกล่าว คนร้ายจึงบอกว่าถ้าโอนเงินส่วนเหลือทั้งหมดเพื่อปิดยอดขาย จึงจะนำรถมาส่งให้ พร้อมกับส่งภาพถ่ายรถจักรยานยนต์คันที่จะซื้อและยังมีการส่งภาพถ่ายรถยนต์ซึ่งกำลังวิ่งอยู่บนถนนมาให้ดู ผู้กล่าวหาเกิดความสงสัยว่าน่าจะถูกหลอกลวง จึงไม่ได้โอนเงินให้คนร้ายอีก ได้ทวงถามเงินคืน คนร้ายได้ปิดกั้นเฟซบุ๊กของผู้กล่าวหาทำให้ไม่สามารถติดต่อกับคนร้ายได้ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี จนกว่าจะถึงที่สุดตามกฎหมาย กระทั่งพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมขอศาลออกหมายจับนายมานิต ฯ ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีที่รับโอนเงิน ก่อนเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมไว้ได้ดังกล่าว​สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

คดีที่ 3 จับกุม นางสาวนิลญาฯ อายุ 36 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.721/2566 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ​สถานที่จับกุม บริเวณชานชาลาสถานีรถไฟเชียงใหม่ ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
​พฤติการณ์ สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงิน ผ่านบัญชีของนางสาวนิลญาฯ มูลค่าความเสียหาย 60,340 บาท จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ก่อนพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมไว้ได้ สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

​คดีที่ 4 จับกุม นายยศภัทรฯหรือไอซ์ อายุ 18 ปี ตามหมายจับของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี ที่ 3/2567 ลงวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง โดยได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน” สถานที่จับกุม บริเวณหน้าสถานีรถไฟนครปฐม ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2567 ผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนว่า ได้สนใจสินค้าจากผู้ใช้เฟซบุ๊กหนึ่ง โดยสนใจปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ ซิกซาวเออร์ รุ่น P365 ราคา 29,000 บาท จึงได้ทำการติดต่อซื้อขายและตกลงซื้อขายกัน เมื่อตกลงซื้อขายกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวได้แจ้งเลขที่บัญชีในการชำระเงิน โดยส่งเลขบัญชีมาให้ เป็นชื่อบัญชีของ นายยศภัทรฯ ผู้กล่าวหาจึงได้โอนเงินจำนวน 29,000 บาท ไปยังบัญชีดังกล่าว เมื่อโอนเงินเรียบร้อยแล้ว ผู้กล่าวหาได้ส่งสลิป โอนเงินให้กับผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ทางผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวได้แจ้งว่าทำรายการไม่ถูกต้องเนื่องจากผู้กล่าวหาไม่ได้ใส่ข้อความในบันทึกช่วยจำใต้สลิปว่า “ปิดการขาย Sig Sauer P265 ขนาด 9 mm” และได้แจ้งให้ผู้กล่าวหาทำรายการใหม่ให้ถูกต้อง โดยให้ทำการโอนยอดเดิมอีก 1 ครั้ง พร้อมกับลงข้อความในบันทึกช่วยจำและจะโอนเงินยอดแรกที่ทำรายการผิดกลับคืนให้ ผู้กล่าวหาจึงหลงเชื่อและโอนไปอีก 1 ครั้ง จำนวน 29,000 บาท เมื่อโอนเสร็จเรียบร้อยก็ได้ส่งสลิปให้กับผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ต่อมาปรากฎว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กได้บ่ายเบี่ยงไม่ยอมส่งสินค้าให้และไม่โอนเงินกลับคืนให้ จึงเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ก่อนจะทำการจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้​สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

และคดีที่ 5 จับกุม นายคมสันฯ หรือนนท์ อายุ 42 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่จ.625/2568 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งและ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าสถานีรถไฟดอนเมือง แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2567 ผู้เสียหาย พักอาศัยอยู่ตำบลหนองโสน อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคนร้ายทักเฟซบุ๊กแอบอ้างเป็นญาติ ผู้เสียหายเชื่อสนิทใจว่าเป็นญาติตนเอง โดยคนร้ายที่ปลอมเป็นญาติ สร้างกลอุบายให้ผู้เสียหายช่วยโอนเงินเพื่อชำระสินค้า โดยให้โอนไปยังบัญชีธนาคาร ก่อนจะทราบภายหลังว่าถูกหลอกลวง จึงได้ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะติดตามจับกุมไว้ได้ดังกล่าว สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

เตือนภัย พฤติการณ์มิจฉาชีพ รูปแบบของมิจฉาชีพที่พบได้บ่อยในปัจจุบันมีหลากหลายและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ โดยกลโกงมิจฉาชีพที่พบบ่อยบนโลกออนไลน์ ได้แก่
1. กลุ่มหลอกให้โอนเงิน (Financial Scams)
​แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือธนาคาร เช่น อ้างว่าเป็นตำรวจ, กรมศุลกากร หรือสรรพากร แล้วข่มขู่ว่าคุณเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินเพื่อฟิชชิ่งข้อมูลหรือให้โอนเงินตรวจสอบ
หลอกให้กู้เงินออนไลน์ อ้างว่ากู้ง่าย ดอกเบี้ยต่ำ แต่ต้องโอน “ค่าธรรมเนียม” หรือ “ค่าค้ำประกัน” ก่อนหลอกว่าได้รับรางวัลใหญ่ ให้โอนค่าภาษีหรือค่าดำเนินการก่อนจะส่งรางวัลให้

2. กลุ่มการลงทุนและทำงาน (Investment & Job Scams) ​หลอกลงทุนผลตอบแทนสูง อ้างว่าลงทุนน้อยแต่ได้กำไรมากในเวลาสั้นๆ เช่น คริปโต หรือหุ้นต่างประเทศ (แชร์ลูกโซ่) ​หลอกให้ทำงานเสริมออนไลน์ เช่น ให้กดไลก์ กดแชร์ หรือรับออเดอร์สินค้า โดยต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน

3. กลุ่มซื้อขายสินค้าและบริการ (Shopping Scams) หลอกขายของออนไลน์ ตั้งราคาสินค้าถูกเกินจริง แต่โอนเงินแล้วไม่ส่งของ หรือส่งของไม่ตรงปก หลอกจองที่พัก/โรงแรม ใช้เพจปลอมแอบอ้างชื่อโรงแรมดังเพื่อหลอกให้โอนเงินมัดจำ

4. กลุ่มหลอกลวงทางสังคม (Social Engineering) หลอกให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) ปลอมโปรไฟล์หน้าตาดีมาตีสนิท แล้วอ้างเหตุจำเป็นต้องใช้เงินด่วน
​หลอกให้รักแล้วลงทุน (Hybrid Scam) ใช้ความรักสร้างความเชื่อใจก่อนชวนลงทุนในแอปปลอม ​แฮกบัญชีโซเชียล สวมรอยเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักแล้วทักมาขอยืมเงิน

5. เทคโนโลยีและภัยแฝง (Cyber Threats) ลิงก์ปลอม (Phishing) ส่ง SMS หรืออีเมลแนบลิงก์ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อขโมยเงินจากบัญชี มัลแวร์/แอปดูดเงิน หลอกให้ติดตั้งแอปเพื่อรับสวัสดิการรัฐหรืออัปเดตข้อมูล แต่แอปจะเข้ามาควบคุมมือถือเพื่อโอนเงินออกหลอกให้สแกน QR Code อ้างว่าจะคืนเงินค่าสินค้าแต่จริงๆ เป็นการสแกนเพื่อโอนเงินออก

6. ตีสนิทยืมบัญชีโอนเงิน ให้ค่าตอบแทน
เพื่อความปลอดภัย สามารถดาวน์โหลดแอป Whoscall เพื่อช่วยกรองเบอร์มิจฉาชีพเบื้องต้น หรือหากสงสัยว่ากำลังถูกหลอกให้โทรปรึกษาสายด่วน AOC 1441 ได้ทันที
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้มีการระดมกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง พบผู้เสียหายจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อและยังคงมีบัญชีม้าอีกจำนวนมากที่นำมาใช้หลอกลวงเหยื่อ จึงขอเตือนให้หยุดรับจ้างเปิดบัญชี หรือให้ใครยืมบัญชีเด็ดขาด และหากทราบว่ามีคนอื่นใช้บัญชีเราอยู่ หรือหากถูกหลอกไปเปิดบัญชี ขอให้ไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ พร้อมทำการติดต่อธนาคารเพื่อปิดบัญชีหรือระงับการใช้บัญชีนั้นทันที เพื่อป้องกันการใช้บัญชีของคุณในการกระทำความผิดและอาจจะถูกดำเนินคดีได้
ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่ามีการจัดการและระงับบัญชีม้าสะสมไปแล้วกว่า 2.8 ล้านบัญชี รายชื่อผู้ต้องสงสัย มีบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีดำว่าเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าประมาณ 197,000 รายชื่อ โดยพบว่าค่าเฉลี่ย 1 คนที่รับจ้างเปิดบัญชีม้า จะมีบัญชีธนาคารครอบครองอยู่ถึง 10 บัญชี

ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ.
โทร.085-9055967


ช่วยแชร์ด้วยนะคะ
Tagged: